Home / LOVE EATTING & TRAVEL / ไปกาญกันมั้ย!? เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน

ไปกาญกันมั้ย!? เที่ยวกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน

หากนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เชื่อเถอะว่าเมืองกาญจนบุรี เป็นจุดหมายในดวงใจอันดับต้นๆ ของใครหลายคน ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีสนามบิน แต่ก็ยังมีคมนาคมแบบต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทั้งรถทัวร์ รถตู้ หรือถ้าใครสะดวกจะขับรถยนต์ไปเองก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าใครชอบความหวานเย็น ได้นั่งละเมียดละไมชมวิวสองข้างทางแล้วล่ะก็ ต้องลองนั่งรถไฟไปกาญจนบุรีสักครั้ง ซึ่งจุดหมายปลายทางฮอตฮิตของเมืองนี้ก็คือสถานีสะพานแควใหญ่ สถานีสะพานถ้ำกระแซ และสิ้นสุดสายทางรถไฟที่สถานีน้ำตก ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สำคัญของไทยทั้งสิ้น จะเป็นยังไง ลองนั่งรถไฟตามมากันเลย

วันแรกกับโปรแกรมย้อนรอยประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กับสถานที่ต่อไปนี้


1. สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแควเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และยังเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรีอีกด้วย สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นที่เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและเหล่ากรรมกรจำนวนมากมาสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อเข้าสู่เมืองพม่า โดยจะมีบางช่วงที่จะต้องมีการข้ามฝั่งแม่น้ำแคว ซึ่งจะต้องมีการสร้างสะพานขึ้น และด้วยความยากลำบาก รวมถึงมีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ระบาดด้วย ทำให้กว่าจะก่อสร้างทางรถไฟแห่งนี้เสร็จ เชลยศึกที่ถูกเกณฑ์มาเป็นแรงงานก็ต้องจบชีวิตลงหลายหมื่นคน โดยบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ จะเป็นสะพานเหล็กโค้งสำหรับรถไฟ ซึ่งสามารถลงไปเดินชมได้ และยังมีรถราง (Fairmong) ให้บริการนำเที่ยวระยะสั้นๆ ไปอีกฝั่งของสะพาน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที และเสียค่าโดยสารคนละ 20 บาทเท่านั้น

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 24 ชม.

ค่าเข้าชม : ฟรี

ที่อยู่ : ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

2. ทางรถไฟสายมรณะ – ถ้ำกระแซ

เส้นทางรถไฟสายนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์จากไทยไปสู่พม่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแลกมาด้วยความเจ็บปวดและชีวิตของเชลยศึกสงครามจนเป็นที่มาของคำว่า เส้นทางรถไฟสายมรณะนั่นเอง โดยเฉพาะช่วงที่โค้งมรณะหรือบริเวณถ้ำกระแซที่เป็นสะพานเลียบไปกับริมหน้าผา ด้านล่างเป็นลำนำแควน้อย ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่ก่อสร้างยากที่สุด และในปัจจุบันได้กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ เพราะนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟมาจากสถานีสะพานแควใหญ่เพื่อมาลงที่สถานีถ้ำกระแซ หรือขับรถมารอชมขบวนรถไฟที่จะเข้าสู่สถานีถ้ำกระแซประมาณ 13.30 น. ของทุกวัน ส่วนตัวถ้ำกระแซนั้นภายในมีพระพุทธรูปและเส้นทางเดินสั้นๆ เพื่อชมความสวยงามของถ้ำกระแซ ที่เคยถูกใช้เป็นที่พักพิงของเชลยศึกในสมัยก่อนด้วย 

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

ที่อยู่ : อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

3. ช่องเขาขาด

ช่องเขาขาดก็เป็นอีกสถานที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางรถไฟสายมรณะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นช่วงหนึ่งที่จะต้องตัดภูเขาเป็นช่องเพื่อสร้างทางรถไฟ ซึ่งในสมัยก่อนนั้นเครื่องไม้เครื่องมือยังไม่ทันสมัย ส่วนใหญ่จึงต้องใช้แรงมือคนในการทำงาน เพื่อแข่งกับเวลา อีกทั้งยังขาดแคลนอาหารและน้ำ ทำให้ที่นี่ก็เป็นอีกจุดที่มีเชลยศึกเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก เส้นทางช่องเขาขาดนี้จะมีความร่มรื่นปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ และยังมีอนุสรณ์สถานที่มีการบอกเล่าเรื่องราวความยากลำบากของเชลยศึกผ่าน VDO รูปภาพ และมีการจัดแสดงข้าวของ เครื่องมือเครื่องใช้ในการสร้างทางรถไฟ

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน เวลา 09.00 – 16.00 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

ที่อยู่ : ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่สองเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ตัวเมืองกาญจนบุรี และแวะไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดถ้ำเสือก่อนเดินทางกลับ

1. เมืองมัลลิกา ร.ศ. 124

หากใครชื่นชอบประวัติศาสตร์ ต้องห้ามพลาดแต่งชุดไทยไปเดินย้อนยุคในช่วงรัชกาลที่ 5 กันได้ที่นี่เลย เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ที่เนรมิตเมืองเก่าบนพื้นที่กว่า 60 ไร่ของอำเภอไทรโยค และจำลองชีวิตชาวบ้านริมฝั่งเจ้าพระยาในอดีตผ่านการซื้อขายที่สะพานหัน อาหารไทยดั้งเดิม ขนมไทยโบราณหาทานยาก เงินที่ใช้ซื้อขาย รวมถึงภาษาที่ใช้คำว่า ขอรับ, เจ้าค่ะ และไฮไลท์เด็ดที่สุดคือที่นี่มีให้เช่าชุดไทย ทั้งของผู้ชายและผู้หญิงให้ได้ใส่ไปเดินสัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตชาวบ้านในช่วง ร.ศ.124 อีกด้วย

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน เวลา 9.00 – 20.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็กและผู้สูงอายุ 120 บาท

ที่อยู่ : ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

2. อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

ปราสาทเมืองสิงห์คือโบราณสถานเพียงแห่งเดียวที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบขอมในแถบภาคตะวันตกของไทย ตั้งอยู่บนที่ราบริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่อเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา นิกายมหายาน ภายในอุทยานหลงเหลือซากโบราณสถานให้เราได้ชม แบ่งเป็น 4 เขต ซึ่งมีระบบการเดินชมแบบพึ่งพาตนเอง โดยมีป้ายแสดงคำอธิบายหลากหลายภาษา และยังมีอาคารจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณที่ขุดพบ ทั้งเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ ภาชนะต่างๆ

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม : สำหรับชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท

– ค่าธรรมเนียมรถโดยสารรถยนต์คันละ 50 บาท จักรยานยนต์คันละ 20 บาท และจักรยานคันละ 10 บาท

* ยกเว้นค่าเข้าชมสำหรับภิกษุ สามเณร นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบ และผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป

ที่อยู่ : ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 

3. วัดถ้ำเสือ – มีนาคาเฟ่

สิ่งที่เหมือนเป็นจุดเด่นของวัดถ้ำเสือแห่งนี้คือพระพุทธรูปปางประทานพรสีทองอร่ามที่ประทับอยู่บนเนินเขา ทำให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ซึ่งจะมีผู้คนแวะเวียนมากราบนมัสการทั้งพระพุทธรูปและเจดีย์เกศแก้วปราสาทที่ตั้งอยู่ข้างๆ กัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูทำนา ที่ด้านหลังของวัดจะมีทุ่งนาสีเขียวเป็นพื้นที่กว้าง สวยงามสะดุดตา และล่าสุดในทุ่งนานี้เองก็ได้มีร้านกาแฟบรรยากาศสุดชิลที่ตั้งอยู่กลางทุ่งที่มีชื่อว่า “มีนาคาเฟ่” ด้วย ซึ่งมีทั้งเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมบรรยากาศชิลๆ ของทุ่งนาสีเขียวห้อมล้อมทุกด้านให้เราได้พักผ่อนกัน และที่สำคัญคือสามารถมองเห็นวัดถ้ำเสือได้ด้วย

เวลาเปิด – ปิด : เวลา 8.00 – 16.30 น

ค่าเข้าชม : ฟรี

ที่อยู่ : ตำบล ม่วงชุม อำเภอ ท่าม่วง กาญจนบุรี


ถึงแม้จะมีเวลาสั้นๆ แค่ 2 วัน1 คืน แต่เมืองไทยเราก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวรอต้อนรับให้เราไปพักกาย พักใจ อยู่หลายแห่ง รวมถึงที่นี่ด้วยเช่นกัน “กาญจนบุรี” ที่สำคัญที่พักส่วนใหญ่ในกาญจบุรีก็ไม่แพง โดยเฉพาะหากจองที่พักกาญจนบุรีกับ Traveloka ก็จะได้ราคาที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการจองด้วย

 

About JUZZ TEAM