Home / TALK / คืนที่ดาวพราวฟ้า ของ “เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข”

คืนที่ดาวพราวฟ้า ของ “เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข”

ดนตรีนั้นคือชีวิต

เอิ๊ตชอบดนตรีมมาตั้งแต่เด็กเลยค่ะ ประมาณ 6-7 ขวบก็อยากเล่นไวโอลินตามคุณตา โตมาก็ไปเรียนดนตรีคลาสสิก จนเริ่มรู้สึกอยากร้องเพลงขึ้นมาบ้าง แต่ตอนนั้นเราทำเหมือนงานอดิเรกมากกว่า มันเป็นหนทางหนึ่งในการะบายาอารมณ์ จนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำงานอดิเรกนี้บ่อยมาก (ลากเสียงยาว) และเริ่มรับงานคอรัส งานเบื้องหลัง จนงานอดิเรกกลายมาเป็นงานหลัก เอิ๊ตรู้สึกผูกพันกับดนตรีจนอยากลองทำเป็นอาชีพ พอรู้สึกแบบนั้นก็เริ่มแต่งเพลงเก็บไว้ กับอัดคลิปร้องเพลงลงยูทูบพอมารู้ตัวอีกทีดนตรีก็กลายเป็นส่วนหลักของชีวิตไปแล้ว (ยิ้ม)

จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป

Starry Night เป็นเพลงที่ทำเองหมดทุกอย่าง ตั้งแต่เนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง เพลงนี้เข้ามาในหัวแบบรวดเร็วมาก ปกติเวลาแต่งเพลงเราพยายามคิดเป็นวันๆ หรือบางทีเป็นอาทิตย์ แต่เพลงนี้ ออกมาแบบรวดเดียวเลย จึงรู้สึกพิเศษกับมันมากๆ เอิ๊ตได้ไอเดียมาจากเวลาที่เราไปอยู่ในที่ที่บรรยากาศดี ฟ้าสวย อากาศสดใส แต่เรากลับอยู่คนเดียวทำให้รู้สึกเสียดายบรรยากาศแบบนี้จังเลย เพลงนี้จึงเป็นเหมือนเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เหงาจนพาลบรรยากาศรอบๆ อารมณ์เดินเล่นชมบรรยากาศคนเดียว แต่จิตใจล่องลอยไปเรื่อย

(ชอบขั้นตอนไหนในการทำเพลงมากที่สุด?) ความจริงชอบทุกขั้นตอน แต่เวลาอัดร้องจะสนุกเป็นพิเศษ ชอบเวลาดีไซน์การร้อง สนุกที่ได้คิดเสียงที่อยากได้ในหัว แต่ร้องออกมาไม่ได้ แล้วต้องพยายามฝึกให้เสียงออกมาให้เหมือนที่คิดไว้ เหมือนเราเล่นเกมผ่านด่าน (หัวเราะ) แต่เพลงนี้ตอนแต่งเนื้อยากกว่าตอนแต่งทานอง เพราะตอนนั้นเรารู้สึกอินมากๆ จนอยากหาคำที่เหมาะสมที่สุดมาอธิบาย ไม่ได้อยากให้เศร้าจนร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่เหงาแบบเย็นๆ หน่วงๆ เหมือนเวลาเดินใจลอยอยู่ริมถนนจริงๆ ซึ่งเพลงที่ออกมาก็รู้สึกว่าเป็นที่พอใจสำหรับตัวเอง

เพลงและหนัง หนังและเพลง

เพลงติดลิสต์เลย ถ้าเป็นเพลงสากลคือ A Heartbreak – Angus & Julia Stones เพลงนี้เปิดในรถบ่อยมากที่สุด ฟังปุ๊บรู้สึกดีปั๊บ เป็นเพลงที่เหมาะกับการเดินทาง ฟังแล้วนึกถึงตอนเปิดเพลงนี้แล้วไปเที่ยวในที่ต่างๆ บรรยากาศมันกลับเข้ามาในหัวพร้อมเสียงนักร้องเลย (หัวเราะ) ส่วนเพลงไทยคือ ย้ำ – Sqweez Animal ฟังแล้วรู้สึกสดใส เหมือนมีลมเบาๆ มาปะทะหน้า อยากขยับตัวตามจังหวะ ถ้าอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วมาฟังเพลงนี้หายเลย (อยากให้เอิ๊ตแนะนำศิลปินนอกกระแสหน่อย) วงดูโอ nyck เป็นวงที่ประทับใจมากตอนไป Sofar Music ที่ Melbourne เขาจะไม่ได้บอกว่าใครมาเล่น แล้วเป็นหญิงชายขึ้นมาร้องประสานกัน ลงตัวมากๆ เขาจะผลัดกันเล่นคีย์บอร์ด แล้วมีคนหนึ่งทำบีทในคอม แต่ละเพลงเมโลดี้เพราะมากๆ

(ความชอบนอกจากดนตรี?) ชอบดูหนัง เวลาเข้าไปดูหนังแล้วเหมือนลืมทุกอย่าง เข้าไปอยู่ในโลกอื่น เหมือน ได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยวในราคาประหยัด ได้ลืมความเครียด พอออกจากโรงหนังจะคล้ายเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไอความเครียดก็ห่างไกลออกไปด้วย (หนังเรื่องโปรดกับเพลงประกอบหนังที่ชอบ?) ชอบหนังเรื่อง Before Sunrise ทุกอย่างในหนังมันน่าหลงใหลมาก เป็นอารมรณ์ความรักระยะแรกที่ถูกประทับไว้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่าจะดูภาคต่อจากสองภาคแล้ว แต่เวลาที่กลับมาดูภาคคน ก็ตกหลุมรักทุกครั้ง สำหรับเพลงประกอบหนัง เราชอบเพลง Falling Slowly ของหนังเรื่อง Once เป็นเพลงที่พระเอกนางเอกร้องในร้านเปียโน แล้วการที่อยู่ๆ พวกเขาก็ร้องเพลงด้วยกันแล้วเข้ากันได้ดีมากๆ มันเข้าได้ดีกับความ falling slowly สุดๆ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ยังแปลเนื้อเพลงไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็รู้สึกว่าเข้าใจมันมากๆ (หัวเราะ)

 

สิ่งที่ทำให้ก้าวเดิน

เอิ๊ตรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเดิมในแง่หนึ่ง แต่ก็เปลี่ยนไปในหลายอย่าง เราเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตโดยยึด quote ไว้ในใจ แล้วช่วงนั้นๆ จะตัดสินใจใช้ชีวิตทุกอย่างสอดคล้องไปกับประโยคนั้น อันนี้คือมาวิเคราะห์ตัวเองทีหลังนะ เช่น ห้าปีที่แล้วช่วงเรียนมหาวิทยาลัย รู้สึกว่าการเข้าสังคมเป็นเรื่องยาก เลยเป็นหลักในใจว่า “จงเป็นคนที่ใครๆ อยู่ด้วยแล้ว มีความสุข” เรากลายเป็นคนอะไรก็ได้ ขอให้คนรัก ให้คนที่อยู่รอบๆ สบายใจ แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่า เฮ้ย ชีวิตต้องเป็นของเราต้องทำให้ตัวเองมีความสุข การเป็นคน ‘ยังไงก็ได้’ มาพักใหญ่ มันเริ่มทำให้อึดอัดเพราะไม่กล้าขัดใจใคร แต่แอบมาเสียใจอยู่คนเดียวอะไรแบบนั้น พอเริ่ม Quote ในใจปุ๊บ การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เปลี่ยนด้วยซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจไปเรียนต่อที่ออสเตรียเลีย เหมือนค่อยๆ สะสมแนวคิดในใจไปเรื่อยๆ ค่อยๆ รู้จักตัวเองมากขึ้น ก็รุ้สึกโตขึ้นไปพร้อมกับจำนวน Quote ในใจ (ถ้าให้เปรียบตัวเองเป็นสี เอิ๊ตเป็นสีอะไร?) สีฟ้าแบบเวลาท้องฟ้าเปิด (หัวเราะ)

 

เดินทางกับบทเพลง

 

การเดินทางครั้งที่ประทับใจที่สุดสำหรับเอิ๊ตคือครั้งที่ผ่านมาเลย เราไปเรียนที่เมลเบิร์นมาเกือบแปดเดือน เป็นเมืองที่เราตกหลุมรักมากๆ เต็มไปด้วยสีสันแบบหลากหลายสุดๆ เราเพิ่ม Quote ให้ตัวเองเยอะมากหลังจากทริปนี้ พบว่าการผันตัวเองไปเป็น ‘คนเมืองอื่น’ แบบที่รู้ระยะเวลาแน่ชัดเป็นอะไรที่พิเศษ เรานับถอยหลังอยู่ตลอดว่าอีกห้าเดือนกลับแล้วนะ อีกสองเดือนกลับแล้วนะ มันทำให้เราใช้ทุกวันอย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งความจริงแล้วชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ แต่เราใช้ชีวิตทุกวันแบบมันเป็นของตาย จนลืมให้ความสำคัญกับมันไปในบางที (สำหรับเอิ๊ตเพลงคืออะไร?) เหมือนเป็นภาษาๆ หนึ่งที่มีมากกว่า 1 มิติ เช่นคำว่า blue ในภาษาอังกฤษก็อาจจะแปลว่าสีฟ้า เราต่างคนก็มีสีฟ้าที่ต่างๆ กันไป แต่ถ้าเพิ่มคอร์ดให้สีฟ้า เพิ่มเครื่องดนตรีให้กับคำว่าสีฟ้า เราจะมีสีฟ้าที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น อะไรประมาณนี้ (ยิ้ม)

ติดตามผลงานได้ที่ YouTube: EarthPatravee

About siri siri

หญิงสาวที่อยากเลี้ยงปลาทอง และมีความเป็น 'เป็ด' ในตัวสูงมาก