Home / LIVE LIFE SOCIETY / เปิดโลก Creative Writing ของ อิน-นันทศรี ส่งกิตติสุนทร

เปิดโลก Creative Writing ของ อิน-นันทศรี ส่งกิตติสุนทร

       “The pen is mightier than the sword.”Edward Bulwer ใครเคยได้ยินประโยคนี้บ้าง แปลตรงๆ ว่า ปากกาทรงพลังกว่าดาบ หรืออธิบายได้ว่า ปากกาสามารถเขียนเรื่องราว เปลี่ยนความคิด และทรงพลังถึงกับเปลี่ยนโลกได้เลยนะ Open World คราวนี้พามาคุยกับอิน-นันทศรี ส่งกิตติสุนทร ผู้หลงใหลการเขียนถึงขนาดไปเรียนต่อปริญญาโทด้าน Creative Writing ที่ University of East Anglia โดยตรง เพราะรู้สึกว่าการออกไปเจอโลกกว้างน่าจะทำให้เธอได้พัฒนาฝีมือด้านการเขียนมากขึ้น

ทำไมต้อง Creative Writing (Non-fiction), University of East Anglia ที่เมืองนอริช สหราชอาณาจักร

อินเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ และหลงใหลการเขียนมาก เพราะเป็นทักษะเดียวที่เราจะได้สร้างงานของตัวเอง ไม่ใช่แปลงานคนอื่น แปลคำพูดคนอื่น เราสนุกมากเวลาทุกคนเขียนถึงสิ่งเดียวกัน แต่มุมมองและศิลปะต่างกัน ส่วนที่เลือกเรียนที่นี่ เพราะประเทศอังกฤษโดดเด่นในด้าน ศิลปะ ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และความดั้งเดิมในแง่ของภาษา บุคลิกของเราเองก็มีความเป็น conservative มากกว่า modern แล้วมหา’ลัยที่เลือกเรียน อาจารย์ที่มาสอนก็เป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จมานั่งเสวนากัน ทำให้เราได้ฝึกเขียนให้พวกเขาอ่านและคอมเม้นต์ เลยถือเป็นการเรียนที่ถึงแก่นจริง

 

บรรยากาศที่ใช่ และวิชาที่ชอบ

ที่ Norwich เป็นเมืองแห่ง Literature ของอังกฤษที่เงียบสงบมาก เหมาะกับการโฟกัสกับการเรียน บรรยากาศก็เป็นมิตร และปลอดภัย พอเราอยู่อังกฤษไปนานๆ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเราเลิกถ่ายรูปตัวเองลงโซเชียลทุกวัน เริ่มไม่ค่อยแต่งหน้า เพราะคนที่นั่นเขาหน้าธรรมชาติมากๆ แต่งตัวก็เสื้อไหมพรมกับกางเกงยีนส์ขากระบอกรองเท้าหนัง เพราะสังคมอังกฤษจะดูคนที่ความสามารถมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก อีกเรื่องคือ เราให้ความสำคัญกับเวลามากขึ้น เพราะในฤดูหนาวพระอาทิตย์ขึ้นเก้าโมง ตกบ่ายสาม ห้างส่วนใหญ่ปิดหกโมงเย็น เวลาในการทำธุระมีจำกัดและเราก็ห้ามไปทำให้คนอื่นเสียเวลาเช่นกัน

ส่วนในห้องเรียนเรารู้สึกว่านักเรียนกับอาจารย์เท่ากัน  โดยอาจารย์จะมีหน้าที่ควบคุมให้การเรียนดำเนินไปในแนวทางที่กำหนด และให้นักเรียนหารือกันเอง ตัวเราก็ต้องปรับให้กระตือรือร้นมากขึ้น ต้องมีความร่วมมือกับเพื่อนคลาส ไม่ใช่แค่รับอย่างเดียว แล้วคนที่นี่เขาจะคอยหาเวลาในการอยู่ร่วมกัน ชวนกันไปทำกิจกรรม ไปดูนิทรรศการ ไปงานหนังสือ เขาจะมาชวนกันแทบทุกวัน คือใช้เวลาว่างไปกับกิจกรรมมากๆ

สำหรับวิชาที่ชอบคือ Writing the First Person เพราะเป็นวิชาที่ทำให้ได้ลองเขียนอะไรที่ไม่คิดว่าจะเขียน เช่น อาทิตย์นี้ให้สังเกตทุกอย่างที่เป็นสีฟ้าในชีวิตประจำวันแล้วไปเขียนมา เราก็จะได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสีฟ้าของทุกคน บางทีอาจารย์ก็เอาจดหมายเก่าๆ ในคลัง archive ของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับนักวิทยาศาสตร์ที่แข็งตายบนเขาเอเวอร์เรสต์มาให้อ่านแล้วให้เราเขียนจำลองความรู้สึกหนาวตาย สิ่งที่เขาเลือกมันสนุก ท้าทาย และพัฒนาฝีมือได้ดีเลยทีเดียว

     

“ความสำคัญของภาษา”

ภาษาคือรากของวัฒนธรรม สมมติว่าคุณจะไปเรียนกฎหมายที่อังกฤษ ก็ให้คิดเอาไว้เสมอเลยว่าเราไปเรียนทั้งกฎหมายและ วัฒนธรรมอังกฤษ อย่าไปแค่ให้รู้กฎหมาย อย่าปิดตัวเองไว้แค่กับเพื่อนคนไทย เพราะถ้าอย่างนั้นก็เรียนที่ไทยเอาดีกว่า อยากให้ไปเรียนต่างประเทศด้วยใจที่รักในศาสตร์ที่จะไปเรียน และภาษาและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ด้วยถึงจะคุ้มค่า

About JUZZ TEAM