โลกของเคมี โลกของวิศวกรเคมี

“ทุกๆ วันที่เราตื่นมา อะไรเป็นตัวฉุดให้เราลุกจากเตียง งานของเราหรือว่าค่าตอบแทน เราควรจะตอบตัวเองได้ เพราะผมคิดว่ามันสำคัญ”

แนวคิดทางวิศวกรรมนั้นถือว่ามีจุดกำเนิดมานานแล้ว ตั้งแต่มนุษย์รู้จักประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ เช่น ล้อ รอก และคาน วิศวกรรมศาสตร์ถือเป็นศาสตร์หนึ่งที่อำนวยความสะดวกสบายให้มนุษย์ โดยการใช้ประโยชน์จากกฎทางธรรมชาติและทรัพยากรทางกายภาพ แต่ในวิศวกรรมศาสตร์นั้นก็ยังแยกย่อยไปอีกหลายสาขา ในแต่ละสาขาจะศึกษาเฉพาะเจาะจงให้ลึกลงไปในแต่ละเรื่องเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญมากที่สุด หลังจากนั้นพวกเขาจะหยิบยืมซึ่งกันและกัน และพัฒนาทุกอย่างไปพร้อมๆ กัน JUZZ ฉบับนี้เลยชวนมาทำความรู้จักกับคุณตั๋ง-วศิน ตู้จินดา ผู้ประกอบอาชีพหนึ่งในวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งก็คือ “วิศวกรเคมี”

%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%8b%e0%b8%87

การทำงานในปัจจุบัน

ตอนนี้ผมควบคุมแผนกการผลิต คุมมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร คุณภาพอาหาร ทำอยู่ที่โรงงานทำเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์จากผลไม้ โดยกระบวนการของที่นี่จะเกี่ยวกับการทำอย่างไรถึงจะเอาสารอาหารในผลไม้ออกมาให้คนดื่มได้ โดยที่ไม่ทำลายความเป็นธรรมชาติของผลไม้มากที่สุด ฟังดูเหมือนมีแต่เรื่องอาหาร แต่จริงๆ มีเรื่องของเคมีอยู่เยอะมาก

การเรียนในอดีต

เวลาเราพูดถึงวิชาวิศวกรรมเคมี เราจะบอกว่ามันเป็นหนึ่งในวิศวกรรมสาขาที่เป็ดมากที่สุดในบรรดาทุกวิศวะ ความหมายของเป็ดคือบินก็ไม่ดี ว่ายน้ำก็ไม่ได้เรื่อง วิ่งก็ช้า ดังนั้นโดยวิชาชีพจะบังคับให้เราเข้าใจทุกอย่างที่จำเป็นต่อกระบวนการการผลิต แต่เราอาจจะไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญที่สุดในแต่ละเรื่อง มันสอนให้เรามองระบบที่ใหญ่มากกว่าจะมองว่ารายละเอียดเครื่องจักรแต่ละตัวประกอบด้วยอะไรบ้าง มันทำงานอะไรให้เราได้บ้าง แล้วจะเอาทั้งหมดมาประกอบกันเพื่อสร้างเป็นกระบวนการการผลิตขนาดใหญ่ได้อย่างไร นี่เป็นสาระสำคัญของวิชาวิศวกรรมเคมี

ผมเรียนจบจากประเทศญี่ปุ่น วิศวกรรมเคมีของผมมันค่อนข้างเกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นก็จะเรียนทุกอย่างเลย เช่น ถ้าเราหยิบน้ำขึ้นมาขวดหนึ่ง มันมีน้ำ มีพลาสติก มีส่วนที่เป็นขวด ส่วนที่เป็นฝา ทั้งหมดถูกสังเคราะห์ขึ้นมา เราสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร ใช้วัตถุดิบอะไร ขึ้นรูปแบบไหน สกัดเม็ดพลาสติกอย่างไร กระบวนการการทำความสะอาดน้ำเป็นอย่างไร ซึ่งตรงนี้เราต้องเข้าใจเรื่องของวัสดุศาสตร์ กลศาสตร์ และอีกหลายๆ ศาสตร์ควบคู่ไปด้วยกัน

งานรอบตัวเรา

วิศวกรรมเคมีอยู่ในทุกอย่างรอบตัวเรา เช่น เสื้อที่เราสวมใส่อยู่ทำมาจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เส้นใยนี้มีงานวิศวกรรมเคมีตั้งแต่การสังเคราะห์ การสกัดปิโตรเลียม เราจะเอาปิโตรเลียมมาปั่นเป็นเส้นใยได้อย่างไร (สามารถพูดได้ว่าเคมีอยู่ในทุกๆ อย่างไหม?) เราเรียนมาว่าเคมีเป็นเรื่องของอะตอม โมเลกุล สารเคมี ตอนนี้คุณลองมองไปรอบๆ ตัวดู มันมีอะไรบ้างที่ไม่ได้ประกอบจากอะตอม? แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณเป็นวิศวกรเครื่องกล คุณเรียนเรื่องของแข็ง วัสดุ ของไหล พลังงาน การถ่ายทอด คุณมองไป คุณก็จะเห็นของแข็ง ของไหล เครื่องจักรกลเหมือนกัน แต่สมมติว่าคุณเป็นอะไรที่นามธรรมมาก เช่น คุณเรียนศิลปศาสตร์มา คุณก็จะเห็นว่าไม่มีอะไรเลยที่ถูกสร้างโดยปราศจากสุนทรียศาสตร์

ด้วยความที่กรอบในการอธิบายสิ่งที่เราเห็นมันไม่เหมือนกัน วิศกรเคมีมีกรอบแบบหนึ่ง วิชาชีพอื่นก็มีอีกแบบหนึ่ง ถ้าจะให้บอกว่าอะไรทำให้วิศวกรรมเคมีโดดเด่นกว่าสาขาอื่น ผมจะตอบว่าเพราะมันเป็นเคมี ผมมองโลกแบบวิศวกรรมเคมี แต่ทุกคนไม่จำเป็นต้องมองแบบผม ไม่ต้องแยกทุกอย่างออกเป็นส่วนประกอบ โมเลกุล ธาตุ มันอาจไม่จำเป็น

วิศวกรรมเคมีกับนวัตกรรม

หลายๆ อย่างที่ดูซับซ้อนมาก เช่น ชิพ ไมโครชิฟและไอโฟน มันมีเทคโนโลยีที่เป็นอุปสรรคอยู่ แต่อุปสรรคพวกนี้มันสามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้พื้นฐานในทางเคมี

ไอโฟนเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในนั้นจะประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ (ตัวควบคุมไฟฟ้าอย่างหนึ่ง) ซึ่งนี่คืออุปสรรคหนึ่งของการผลิต เพราะสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในธรรมชาติและมันเป็นอะไรที่เล็กมาก พอมันเล็กมาก มันก็ไม่มีแขนกลอะไรมาประกอบมันได้ ดังนั้นวิธีที่จะสังเคราะห์มันได้ก็คือการที่เราใช้สารเคมีผสมเข้าด้วยกัน แล้วมันจะจัดรูปแบบของมันเองจนกลายเป็นสิ่งที่เราต้องการ

หน้าที่ของวิศวกร

งานหลักของเราคือการพยายามที่จะผลักดันขอบเขตของเทคโนโลยีให้มันไปไกลขึ้น เพื่อให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น ให้ตัดต้นไม้น้อยลง ใช้พลังงานฟอสซิลน้อยลง ทิ้งขยะลดลง มีอาหารการกินมากขึ้น ให้มนุษย์มีอายุยืนขึ้น นี่ต่างหากคืองานของเรา

อย่างงานของผมคือทำเครื่องดื่ม ก็จะคิดเสมอว่าจะลด Water Footprint ลด Carbon Footprint พยายามที่จะทำให้ใช้พลังงานน้อยลง ทำอย่างไรถึงจะนำความร้อนที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้บ้าง ทำอย่างไรคนในสายการผลิตของผมจะปลอดภัยจากการทำงานมากขึ้น ตอนนี้ผมมีเซ็ตคุณค่าของผมคืออยากเห็นโลกที่ดีขึ้น โอกาสดีอย่างหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ คือได้เห็นประเทศที่มีศักยภาพน้อยกว่าเรา มีทุกอย่างน้อยกว่าเรา แต่เขาใส่ความใส่ใจและความคิดเหล่านี้ลงไป ซึ่งมันส่งผลให้ประเทศเขาสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ ในทางเดียวกันผมก็รู้สึกว่าประเทศไทยจะดีขนาดไหน ถ้าเราสามารถทำอย่างนั้นได้บ้าง

สิ่งที่ประทับใจ

ผมประทับใจทุกอย่าง งานมันก็คือส่วนหนึ่งของชีวิต บางทีในความเหนื่อยล้า ความยากลำบาก ความกดดัน มันก็มีความสวยงามอยู่ ไม่มากก็น้อยมันทำให้เราเติบโตขึ้น เรารู้ว่าการทำงานมันไม่สวยงามตลอด แล้วเราก็รู้ว่ามันไม่ลำบากตลอด ประเด็นก็คือทุกๆ วันที่เราตื่นมา อะไรเป็นตัวฉุดให้เราลุกจากเตียง งานของเราหรือว่าค่าตอบแทนของงาน เราควรจะตอบตัวเองได้ เพราะผมคิดว่ามันสำคัญ

About siri siri

หญิงสาวที่อยากเลี้ยงปลาทอง และมีความเป็น 'เป็ด' ในตัวสูงมาก